มาตรฐานของหลักสูตรคอมพิวเตอร์ที่ไม่น่าจดจำ

การเรียนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น Computer Courseปัญหาคาใจในอดีตผุดขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟระเบิด กับบรรยากาศในห้องเรียนคอมพิวเตอร์แอร์เย็นฉ่ำแต่ไม่น่าจดจำ กับผลคะแนนการสอบวัดผลเพื่อให้คะแนนในวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้นเรื่อง "การฝึกใช้พิมพ์สัมผัส" ที่อาจารย์เน้นเหลือเกินกับความเร็วในการพิมพ์ของนักศึกษามากกว่าความถูกผิดและหลักการในการจัดวางรูปแบบของเอกสาร เป็นผลให้ผู้เรียนสร้างสามัญสำนึกแบบผิดๆมาใช้จนถึงปัจจุบัน "เรียนเพื่อให้ได้คะแนน แต่ไม่ได้คุณภาพ"

Follow up:

มาตรฐานของหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในไทยพัฒนาไปอย่างเชื่องช้า โดยการไปเน้นเรื่องของโปรแกรมสำเร็จรูปมากกว่าการเข้าใจหลักการและสาระสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบในคลาสฝึกพิมพ์ดีดในวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น เริ่มด้วยการที่อาจารย์จัดหาโปรแกรมฝึกพิมพ์ดีดมาลงในเครื่องให้นักศึกษาจิ้มนิ้วกันมือระวิง โดยปราศจากการให้คำแนะนำเรื่องหลักการจัดหน้าของเอกสาร เช่น การเขียนจดหมายสมัครงาน, การเว้นอย่างไรให้ถูกหลัก, แบ่งหน้าเอกสารอย่างมืออาชีพ, วิธีเขียนคำขึ้นต้นและการลงท้าย หรือจะให้พูดง่ายๆก็คือ นำหลักการของผลสำเร็จที่แท้จริงมาผสมผสานกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้อง อย่างนี้ผู้เรียนจะสามารถก่อเกิดไอเดียมากกว่าการสะกดจิตตัวเองกับโปรแกรมฝึกพิมพ์ที่ไม่ให้อะไรเลยนอกจากความชำนาญอย่างเปล่าประโยชน์ นี่ยังไม่รวมกับการปลูกฝังให้ผู้เรียนใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพียงโปรแกรมเดียวในการสร้างเอกสาร โดยไม่ทราบว่าโลกใบนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับพิมพ์เอกสารที่แสนธรรมดาอยู่อีกหลายร้อยตัวที่ผู้เรียนไม่เคยจะนึกถึง เพราะการปลูกฝังที่ผิดพลาด

สิ่งที่ไม่น่าจดจำของหลักสูตรคอมพิวเตอร์ฉบับย่อ

  • การเข้าใจผิดว่าพิมพ์เอกสารเร็วแล้วจะเก่ง พิมพ์ไวแต่ไม่ได้มาตรฐาน
  • หากต้องการสร้างเอกสารต้อง Microsoft Word แน่ใจหรือว่ามีแค่โปรแกรมนี้?
  • สร้างภาพหรือตกแต่งภาพได้สวยเพราะเก่ง Adobe Photoshop คนทำมีศิลป์ต่างหาก!
  • เชื่อผู้สอนไปหมด พยักหน้าตามและไม่เคยถาม สงสัยก็ควรถามทันที
  • สอนใช้ Windows OS แต่ไม่เคยบอกสักครั้งเลยว่าโปรแกรมราคาเท่าไหร่?
  • Microsoft Office ไม่ได้ติดมากับ Windows OS
  • โลกใบนี้มี OS มากกว่า Windows และ Apple OS
  • ฯลฯ *Comment กันเข้ามา!

หลักสูตรสำหรับการเรียนคอมพิวเตอร์ที่ควรจะเป็น ณ ปัจจุบัน ควรสอนให้รู้ถึงผลสำเร็จจากการใช้โปรแกรมมากกว่าสอนให้ Click ตามเมนูที่ถูกบอกต่อๆกันมา เน้นให้ความรู้และหลักการในการสร้างผลงาน เมื่อทราบแล้วการปฎิบัติคือสิ่งที่ผู้เรียนควรศึกษาและค้นหาด้วยตนเองผ่านห้องสมุดและ Internet อย่าคาดหวังให้ผู้เรียนทำตามแบบไม่รู้ที่มาที่ไป เมื่อสรุปขั้นตอนที่เหมาะสมได้แล้ว การทดสอบเพื่อตัดสินคะแนนที่จะได้รับ จะบ่งบอกออกมาบนเนื้องานที่ผู้เรียนนำเสนอผ่านหน้าชั้นเรียน มากกว่าการ Save ใส่ CD ให้ผู้สอนจินตนาการเอาเองแล้วลงคะแนน อย่างนั้นถือเป็นการเหยียบย่ำความคิดของผู้อื่นแบบไม่ใยดีหรือเปล่า? นี่คือสิ่งที่ต้องคิดทบทวน

  • อ้างอิงภาพ: homeschool-curriculum-for-life
« วิธีการทาสีทองบนไม้ด้วยตัวเองคำแนะนำในการออมเงินเพื่ออนาคตในการลงทุน »

ค้นหา TEERAPROL.BLOGTIKA.COM

แนะนำเรื่องโดดเด่นที่สุดในบล็อกขณะนี้

10 อันดับเรื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ติดตาม TEERAPROL.BLOGTIKA.COM

  • Teeraprol on Twitter
  • Teeraprol on Facebook
  • Teeraprol on Google+
  • CEO at ComFinder
  • Consultants at MangoSoft
  • ขณะนี้มีผู้อ่านบล็อกแล้วถึง คน
Powered by Blogtika Copyright © 2010-2012 Teeraprol Blog All rights reserved designed by blogtika.com